พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ คืออะไร?
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood) คือ “พื้นไม้จริงแบบโครงสร้างหลายชั้น” ชั้นบนเป็นไม้จริง (Veneer) ให้ผิวสัมผัสและลายไม้ธรรมชาติ ส่วนชั้นฐานออกแบบให้เสถียร ลดการโก่งงอและการยืดหดจากความชื้น เหมาะกับบ้าน คอนโด และงานตกแต่งที่ต้องการความพรีเมียม แต่ยังใช้งานจริงได้ดีในอากาศร้อนชื้น
จุดเด่นและข้อควรรู้ของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์
สรุปคุณสมบัติหลัก เพื่อช่วยเลือกสเปกให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งานและงบประมาณ
ทำไมคนถึงเลือกพื้นไม้เอ็นจิเนียร์
- ผิวไม้จริง สวยเป็นธรรมชาติ ได้ลายไม้และสัมผัสแบบไม้จริง เหมาะกับงานพรีเมียม
- โครงสร้างเสถียร ชั้นฐานช่วยลดการโก่งงอ/บิดตัว เมื่อเจอความชื้นหรืออุณหภูมิเปลี่ยน
- ดูแลรักษาง่ายกว่าไม้จริงเต็มแผ่น ใช้แนวทางดูแลแบบพื้นไม้ทั่วไป และควบคุมความชื้นได้ดี
- รองรับงานตกแต่งหลากสไตล์ ตั้งแต่ Modern, Minimal, Japandi ไปจนถึง Classic
- คุ้มค่าระยะยาว ได้ภาพลักษณ์ไม้จริง ในงบที่ควบคุมได้มากกว่าพื้นไม้ Solid หลายกรณี
ข้อควรระวัง (เพื่อให้พื้นใช้งานได้นาน)
- หลีกเลี่ยงน้ำขัง/ความชื้นสะสม โดยเฉพาะบริเวณหน้าห้องน้ำ/ระเบียง
- ควรใช้แผ่นรอง/อุปกรณ์กันรอยที่ขาเฟอร์นิเจอร์ ลดรอยกดทับและรอยขีดข่วน
- ควรปล่อยให้ไม้ปรับสภาพ (Acclimation) ก่อนติดตั้ง และติดตั้งตามมาตรฐานเพื่อเว้นร่องขยายตัว
คุณสมบัติ
ผิวไม้จริง สวยเป็นธรรมชาติ
ชั้นบนเป็นไม้จริง ให้ลายไม้และสัมผัสแบบธรรมชาติ เหมาะกับงานตกแต่งที่ต้องการความพรีเมียม
โครงสร้างเสถียร ลดการโก่งงอ
โครงสร้างหลายชั้นช่วยลดการยืดหดจากความชื้นและอุณหภูมิ เมื่อเทียบกับพื้นไม้จริงเต็มแผ่นในหลายหน้างาน
ติดตั้งเป็นระบบ งานเรียบร้อย
ติดตั้งได้ทั้งแบบกาวหรือแบบลอยตัว (ขึ้นอยู่กับรุ่น/สเปก) ให้แนวรอยต่อสวย งานดูเนี๊ยบ
เหมาะกับงานภายใน
เหมาะกับพื้นที่แห้งภายในอาคาร เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน เพิ่มความอบอุ่นและบรรยากาศ
ดูแลรักษาง่าย
ทำความสะอาดด้วยการกวาด/ดูดฝุ่น และเช็ดด้วยผ้าหมาด ๆ หลีกเลี่ยงน้ำขังและน้ำยาที่แรงเกินไป
รับประกันสินค้า
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด (แนะนำให้เลือกสเปกให้เหมาะกับหน้างานเพื่อยืดอายุการใช้งาน)
โครงสร้างพื้นไม้เอ็นจิเนียร์
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ถูกออกแบบเป็นโครงสร้างหลายชั้น เพื่อให้ได้ “ผิวไม้จริง” พร้อมความเสถียรในการใช้งาน
ชั้นผิวไม้จริงให้ความสวยงาม ส่วนชั้นฐานช่วยเพิ่มความแข็งแรงและลดการบิดตัว เหมาะกับงานภายในที่ต้องการวัสดุพรีเมียม
- ความหนารวม เลือกตามความรู้สึกแน่น/การใช้งาน และเงื่อนไขหน้างาน
- ความหนาชั้นไม้จริง (Veneer) มีผลต่อความพรีเมียม และการซ่อม/ปรับผิว (แล้วแต่รุ่น)
- ผิวเคลือบ ช่วยกันรอยและคราบ เลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และพื้นที่ใช้งาน
- วิธีติดตั้ง กาว/ลอยตัว เลือกตามหน้างานและการควบคุมเสียง/ความแน่น
ชั้นผิวไม้จริง (Veneer Layer)
ชั้นบนสุดเป็นไม้จริง ให้ลายไม้และสัมผัสแบบธรรมชาติ เป็นจุดเด่นของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ โดยความหนาของชั้นนี้จะแตกต่างตามรุ่น/สเปกสินค้า
ชั้นกลาง/ชั้นฐาน (Core Layers)
ชั้นฐานเป็นโครงสร้างหลายชั้น (เช่น ไม้อัด/ไม้ประกบ) วางแนวสลับทิศทาง เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ลดการยืดหด และเพิ่มความเสถียรของแผ่นไม้
ชั้นรองด้านล่าง (Backing / Stabilizer)
ช่วยให้แผ่นไม้คงรูป ลดการบิดตัว และเพิ่มความสม่ำเสมอในการติดตั้ง บางรุ่นอาจรองรับการติดตั้งร่วมกับแผ่นรองพื้นเพื่อช่วยเรื่องเสียงและความนุ่มเท้า
ผิวเคลือบปกป้อง (Finish / Coating)
ช่วยกันรอยขีดข่วน คราบสกปรก และเพิ่มความทนทานของผิวไม้ แนะนำเลือกชนิดผิวให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งานและการทำความสะอาด
การติดตั้ง & การดูแลรักษา
แนวทางเบื้องต้นเพื่อให้พื้นไม้ใช้งานได้นานและสวยเหมือนใหม่
ดูแลรักษา
กวาด/ดูดฝุ่นสม่ำเสมอ และเช็ดด้วยผ้าหมาด ๆ หลีกเลี่ยงน้ำขังและน้ำยาทำความสะอาดที่แรงเกินไป
ควบคุมความชื้น
แนะนำหลีกเลี่ยงพื้นที่ชื้นจัด/น้ำกระเด็นบ่อย และดูแลการระบายอากาศภายในให้เหมาะสม
เตรียมพื้นก่อนปู
พื้นเดิมควรเรียบ แน่น แห้ง และสะอาด เพื่อลดปัญหาพื้นยวบ เสียงดัง และรอยต่อไม่สวย
เลือกสเปกให้เหมาะหน้างาน
มีปัจจัยอย่างความหนา วิธีติดตั้ง และชนิดผิวเคลือบ แนะนำปรึกษาทีมงานเพื่อเลือกให้ตรงการใช้งาน
ต้องการใบเสนอราคา / สเปก
ติดต่อเราเพื่อขอราคา แคตตาล็อก และตัวอย่างสี/ผิวไม้